
กำลังโหลดข้อมูล

หลักสูตรเทคนิคการแพทยบัณฑิต 4 ปี ภายใต้คณะแพทยศาสตร์ ผลิตนักเทคนิคการแพทย์ที่เชี่ยวชาญการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยและรักษาโรค

สาขาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ก่อตั้งในเดือน มกราคม พ.ศ. 2552 โดยจัดการศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ตามมติสภามหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ในการประชุมครั้งที่ 7/2551 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2551 เปิดรับนิสิตในรุ่นแรก ในปีการศึกษา 2552 จัดการเรียนการสอน ณ วิทยาเขตกาญจนบุรี โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทนพญ. บุญพะเยาว์ เลาหะจินดา เป็นคณบดีและประธานหลักสูตรฯ และ มี ดร.ทนพ.ถิรวัฒน์ วรรณตุง เป็นรองคณบดี ภายหลังดำเนินการผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์มาจำนวน 11 รุ่น จึงมีปรับปรุงหลักสูตรใหม่เป็น เทคนิคการแพทยบัณฑิตและย้ายมายังวิทยาเขตวัชรพล สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2566 ตามมติสภามหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ในการประชุมครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 โดยมี ดร.ทนพ.ถิรวัฒน์ วรรณตุง เป็นหัวหน้าสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ และ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทนพญ.รุ่งกาญจน์ สังฆรักษ์ เป็นรองหัวหน้าสาขาวิชาฯ และประธานหลักสูตรเทคนิคการแพทยบัณฑิต
ผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ที่มีผลลัพธ์ด้านความรู้ จริยธรรม ลักษณะบุคคลและทักษะตามมาตรฐานวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เพื่อใช้ในการทำงานได้จริงและต่อยอดความเชี่ยวชาญเฉพาะทางวิชาชีพตามความสนใจของผู้เรียน
ชื่อหลักสูตร (ไทย) : หลักสูตรเทคนิคการแพทยบัณฑิต
ชื่อหลักสูตร (อังกฤษ) : Bachelor of Medical Technology
ชื่อปริญญา : ทพ.บ. B.MT.
หลักสูตร 4 ปี ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีและข้อกำหนดของสภาเทคนิคการแพทย์ มุ่งผลิตนักเทคนิคการแพทย์ที่มีสมรรถนะการตรวจวิเคราะห์ การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ และการสื่อสารผลทางห้องปฏิบัติการ
การเรียนการสอนใช้ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยพร้อมเครื่องมืออัตโนมัติ ผสานการฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเครือข่ายบัณฑิตมีสิทธิ์สอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
| หมวด/รายการ | หน่วยกิต |
|---|---|
| 1. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป | ไม่น้อยกว่า 24 |
| 2. หมวดวิชาเฉพาะ | ไม่น้อยกว่า 95 |
| 2.1 วิชาพื้นฐานวิชาชีพ | ไม่น้อยกว่า 28 |
| 2.2 วิชาชีพ | ไม่น้อยกว่า 67 |
| 3. หมวดวิชาเลือกเสรี | ไม่น้อยกว่า 6 |
(1) ด้านความรู้ 4 ข้อ
PLO1 อธิบายหลักการความรู้พื้นฐานชีวิต วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญญาประดิษฐ์ สถิติ และนำมาประยุกต์ใช้และเชื่อมโยงกับงานทางวิทยาศาสตร์สุขภาพได้
PLO2 อธิบาย ประยุกต์และบูรณาการหลักการความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และการเป็นผู้ประกอบการเพื่อการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการแพทย์ได้
PLO3 อธิบาย ประยุกต์และเชื่อมโยงศาสตร์ระบบสุขภาพ หลักการจัดการข้อมูลสุขภาพ หลักการจัดการข้อมูลในการบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ การพัฒนานวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนงานทางเทคนิคการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
PLO4 อธิบายและประยุกต์หลักการพื้นฐานทางเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ ระบาดวิทยาทางเทคนิคการแพทย์ในการประเมินสภาวะสุขภาพและสถานการณ์ที่มีผลต่อสุขภาพ
(2) ด้านทักษะ 4 ข้อ
PLO5 มีทักษะปฏิบัติตามสมรรถนะวิชาชีพ มาตรฐานความรู้ความสามารถทางวิชาชีพเทคนิคการแพทย์และการให้คำปรึกษาทางเทคนิคการแพทย์
PLO6 มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดอย่างเป็นระบบ เลือกใช้ข้อมูล สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีจริยธรรม ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อการสังเคราะห์ การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
PLO7 ประยุกต์ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและผลการวิจัยเพื่อพัฒนางาน นวัตกรรม แก้ปัญหาทางเทคนิคการแพทย์และสร้างเสริมสุขภาพของบุคคลและชุมชน
PLO8 สื่อสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
(3) ด้านจริยธรรม 1 ข้อ
PLO9 แสดงออกถึงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
(4) ด้านลักษณะบุคคล 1 ข้อ
PLO10 ปฏิบัติงานด้วยความละเอียด รอบคอบ ถูกต้อง แม่นยำ ช่างสังเกต ตั้งข้อสงสัย ระบุความผิดปกติ ติดตามค้นหาคำตอบ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนางานที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการแพทย์
PLO11 แสดงออกถึงความมีวินัยและความรับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย
PLO12 แสดงออกถึงอัตลักษณ์การมีมนุษยสัมพันธ์ ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้อื่น มีทักษะการปรับตัวกล้าแสดงความคิดเห็น ทำงานเป็นทีมร่วมกับสหวิชาชีพได้ มีภาวะผู้นำและมีจิตสาธารณะ
PLO13 แสดงออกถึงอัตลักษณ์ความใฝ่รู้ แสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
1. เป็นผู้สาเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ (สำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี) จากหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการให้การรับรอง หรือนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่กรณีโทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นลหุโทษ
2. มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.50
3. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
3.1 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.2 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวรต่อการปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.3 เป็นโรคติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.4 มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.5 มีความผิดปกติในการมองเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง คือ
3.5.1 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว
3.5.2 ระดับการมองเห็นแย่กว่า 6/12 หรือ 20/40
3.6 มีความผิดปกติในการได้ยิน คือ
3.6.1 มีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 40 เดซิเบล ของหูทั้ง 2 ข้าง
3.6.2 ความสามารถในการแยกเเยะคำพูด (Speech Discrimination Score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (Sensorineural Hearing Loss)
3.7 โรคหรือความพิการอื่นๆซึ่งมิได้ระบุไว้ที่ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงานและ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม








สาขาเทคนิคการแพทย์