เลือกเรียนปริญญาโทอย่างไรให้จบมามีงานทำ

RSS
เลือกเรียนปริญญาโทอย่างไรให้จบมามีงานทำ

 

 

 

สิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรกสำหรับการเรียนต่อก็คือ รู้จักเป้าหมายของตัวเองว่าเราจะเรียนไปทำไม เพราะการเรียนโดยไร้เป้าหมายจะทำให้เสียเวลาและเสียเงิน และทำให้รู้สึกไม่ใช่หรือไม่ชอบ ดังนั้นเราควรกำหนดเป้าหมายสำหรับการเรียนว่าเราจะเรียนไปทำไมและเพื่ออะไร เพราะเป้าหมายที่แน่ชัดจะมีผลในการเลือกเรียนในหลักสูตรต่าง และทำให้เรามีกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาเรียนในทุก วันด้วย

 

 

  1. รูปแบบการเรียน

 

 

โดยทั่วไปปริญญาโทจะมีให้เลือกเรียนได้สองแบบซึ่งก็คือภาคปกติและภาคพิเศษ โดยทั้งสองภาควิชานั้นจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่โครงสร้างหลักสูตรจะเหมือนกัน และต่อมาได้มีการเรียนอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ คือ การเรียนออนไลน์

 

ภาคปกติ จะเป็นการเรียนวันจันทร์-ศุกร์ การเรียนจะไม่หนักเท่าภาคพิเศษ เพราะไม่ต้องมีวิชาเรียนอัดเกินไป การเรียนภาคปกติจะเหมาะกับคนที่มีเวลาว่างในวันปกติ คนที่ยังไม่ได้ทำงาน เป็นต้น

 

ภาคพิเศษ จะมีความแตกต่างกับภาคปกติคือ มีการเรียนการสอนในวันเสาร์-อาทิตย์  ส่วนค่าหน่วยกิตจะแพงกว่าการเรียนภาคปกติถึง 3 เท่า ภาคพิเศษจะเหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานประจำเพราะมีเวลาจำกัดในการเรียน

 

เรียนแบบออนไลน์ จะเรียนผ่านแอปพลิเคชันต่าง ด้วยวิธีการสอนสด แต่แค่ไม่ต้องมานั่งเรียนในห้องเรียน จะเรียนที่ไหนก็ได้ ถึงแม้ว่าวันนั้นเรามีเรียนแต่ติดธุระสำคัญ ก็สามารถเข้ามาเรียนย้อนหลังได้เหมือนเดิม

 

 

  1. โครงสร้างหลักสูตร

 

 

โดยปกติแล้วหลักสูตรปริญญาโทจะมีให้เลือกด้วยกันอยู่ 3 แบบ แผน 1, 2, และแผน ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้มีความต่างกันทั้งวิชาเรียน ความเข้มข้นและรูปแบบการเรียน

 

แบบแผน 1  คือหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรืออาจารย์ในสาขาวิชานั้นๆ  โดยหลักสูตรแบบ 1 จะไม่มีการเรียนการเรียนการสอน แต่จะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้เวลาไปกับการทำวิทยานิพนธ์เท่านั้น ทำให้หลักสูตร 1 ไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

 

แบบแผน 2 จะมีความต่างจากแบบแผน 1 ก็คือ มีการเพิ่มการเรียนการสอนให้เพื่อปรับพื้นฐานและความรู้ให้กับผู้เรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปทำวิทยานิพนธ์ได้ การเรียนแบบแผน 1 จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแต่ไปเป็นอาจารย์แต่ต้องการเสริมความรู้ให้มากขึ้น

 

แบบแผน จะคล้ายคลึงกับแบบแผน 2 แต่จะมีความเข้มข้นน้อยของเนื้อหาน้อยกว่าการเรียนแบบ แผน และไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์เพื่อจบการศึกษา แต่ต้องทำเป็นสารนิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระแทน การเรียนแบบแผน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำ

 

 

  1. ดูความต้องการของตลาด

 

 

เลือกเรียนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ในอนาคตบางสาขาวิชาอาจถูกยุบหรืออาจจะมีสาขาวิชาใหม่ เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ดังนั้นสิ่งนึกที่เราควรคำนึงก็คือความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตอีก 2-5 ปี ว่ามีแนวโน้มหรือขาดแคลนแรงงานในด้านใด เพราะคงไม่มีใครอยากที่จะเรียนจบมาแล้วไม่มีงานทำ 

 

แนะนำคณะน่าสนใจ

 

  1. MBA or Master of Business Administration
  2. Business and Management
  3. Marketing
  4. Business Analystics
  5. Law
  6. Engineering
  7. Finance
  8. Hospitality and Tourism
  9. Social science
  10. Arts and Design

 

 

 

  1. เตรียมตัววางแผนล่วงหน้า

 

 

หากเราเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีการเรียนจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก็คือ

 

เตรียมตัวเรื่องภาษาอังกฤษเพราะหนังสือและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษแทบจะทั้งหมด ภาษาไทยก็มี แต่น้อยมาก บางหัวข้อแทบไม่มี แถมบางหัวข้อก็ไม่มีข้อมูลที่ทันยุคทันสมัยมากพอ เก่าเกินไปที่จะใช้อ้างอิง 

 

เตรียมหัวข้อวิทยานิพนธ์ไว้ก่อน เพราะเวลาในการเรียนปริญญาโทนั้นสั้นและหากไม่ได้คิดหัวข้อที่อยากจะทำไว้ก่อนจะทำให้การเรียนจบใช้เวลาและแรงกายมากกว่าเดิมและเตรียมตัวรับมือกับความท้อแท้ พบได้บ่อยครั้งที่ผู้เรียนต่อในระดับปริญญาโทต้องเผชิญหน้ากับความท้อแท้ ยิ่งถ้าต้องทำงานไปด้วย เรียนควบคู่ไปด้วยจะยิ่งเหนื่อยมากกว่าเดิม เพราะบางคนก็ห่างหายจากการร่ำเรียนไปนาน พอเจออะไรที่มันกดดันมาก เลยยิ่งเหนื่อย ให้นึกถึงเป้าหมายของตัวเองในการมาเรียนจะได้มีไฟในการเรียนมากขึ้น

 

เตรียมตัวเรื่องเวลา การเรียนต่อในระดับปริญญาโทขึ้นไป อาจารย์ในมหาวิทยาลัยจะถือว่าเราเป็นผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยจะไม่จ้ำจี้จ้ำไชเรา ทำให้เราต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น จัดสรรเวลาให้ดี ถ้าบริหารเวลาพลาดเราอาจพังไปทั้งหมดจนต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ก็เป็นไปได้

โพสต์ก่อนหน้า โพสต์ถัดไป

  • Parida Ouamsaoad