ประวัติการก่อตั้ง
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ก่อตั้งในเดือน มกราคม พ.ศ. 2552 โดยจัดการศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ตามมติสภามหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ในการประชุมครั้งที่ 7/2551 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2551 เปิดรับนิสิตในรุ่นแรก ในปีการศึกษา 2552 จัดการเรียนการสอน ณ วิทยาเขตกาญจนบุรี โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทนพญ. บุญพะเยาว์ เลาหะจินดา เป็นคณบดีและประธานหลักสูตรฯ และ มี ดร.ทนพ.ถิรวัฒน์ วรรณตุง เป็นรองคณบดี ภายหลังดำเนินการผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์มาจำนวน 11 รุ่น จึงมีปรับปรุงหลักสูตรใหม่เป็น เทคนิคการแพทยบัณฑิตและย้ายมายังวิทยาเขตวัชรพล สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2566 ตามมติสภามหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ในการประชุมครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 โดยมี ดร.ทนพ.ถิรวัฒน์ วรรณตุง เป็นหัวหน้าสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ และ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทนพญ.รุ่งกาญจน์ สังฆรักษ์ เป็นรองหัวหน้าสาขาวิชาฯ และประธานหลักสูตรเทคนิคการแพทยบัณฑิต
ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
ปรัชญา
มุ่งส่งเสริมวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ด้วยพลังความคิด
วิสัยทัศน์
ผลิตนักเทคนิคการแพทย์ที่มีคุณภาพและคุณธรรม
พันธกิจ
1) ผลิตบัณฑิต ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ ยึดมั่นจรรยาบรรณวิชาชีพ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
2) วิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ เพื่อการพัฒนาวิชาชีพและประเทศชาติ
3) บริการวิชาการทางเทคนิคการแพทย์แก่ชุมชนและสังคม เพื่อส่งเสริมการมีสุขอนามัยที่ดีของประชาชน
4) ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยการส่งเสริมและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่คู่ประเทศไทย
วัตถุประสงค์
1) จัดการเรียนการสอน เพื่อผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ที่มีความเป็นเลิศในวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ ควบคู่กับคุณธรรมจริยธรรมตามมาตรฐานวิชาชีพในระดับสากล
2) ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพและการศึกษา เพื่อมีบุคลากรที่มีความสามารถผลิตงานวิจัยและงานนวัตกรรม เพื่อตอบสนองต่อสังคม
3) ให้บริการวิชาการทางวิชาชีพเทคนิคการแพทย์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและสังคม
4) ส่งเสริมให้นิสิตและบุคลากรตระหนัก อนุรักษ์และผสมผสานศิลปวัฒนธรรม ธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย
บุคลากรสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์









ประเทศไทยได้ดำเนินการปฎิรูประบบบริการสุขภาพ และประกาศใช้พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพมาตั้งแต่ พ.ศ.2545 มีเป้าหมายให้บุคคลมีความเสมอภาคในการได้รับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาจากสถานบริการสุขภาพของรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
เทคนิคการแพทย์เป็นวิชาที่ต้องใช้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ในการตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ เพื่อที่จะช่วยผู้ป่วยให้ได้รับการดูแลรักษา และแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัยได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และทันท่วงที
กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มีจำนวนนักเทคนิคการแพทย์ 1 คน/ประชากร 10,000 คน แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน โรงพยาบาลหลายแห่ง โดยเฉพาะของรัฐ ยังมีปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยปัจจุบันมีอัตราส่วนนักเทคนิคการแพทย์ 1 คน/ประชากร 70,368 คน อันเป็นเหตุให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับบริการไม่เพียงพอ และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

| ชื่อหลักสูตร | |
|---|---|
| ภาษาไทย | : หลักสูตรเทคนิคการแพทยบัณฑิต |
| ภาษาอังกฤษ | : Bachelor of Medical Technology |
| ชื่อปริญญาชื่อเต็ม (ภาษาไทย) | : เทคนิคการแพทยบัณฑิต |
| ชื่อย่อ (ภาษาไทย) | : ทพ.บ. |
| ชื่อเต็ม (ภาษาอังกฤษ) | : Bachelor of Medical Technology |
| ชื่อย่อ (ภาษาอังกฤษ) | : B.MT. |
| หมวดวิชา | หน่วยกิต |
|---|---|
1. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป | ไม่น้อยกว่า 24 |
2. หมวดวิชาเฉพาะ | ไม่น้อยกว่า 72 |
2.1 วิชาพื้นฐานวิชาชีพ | ไม่น้อยกว่า 28 |
2.2. วิชาชีพ | ไม่น้อยกว่า 62 |
3. หมวดวิชาเลือกเสรี | ไม่น้อยกว่า 6 |
รวม | ไม่น้อยกว่า 125 |
(1) ด้านความรู้
PLO1 อธิบายหลักการความรู้พื้นฐานชีวิต วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ปัญญาประดิษฐ์ สถิติ และนำมาประยุกต์ใช้และเชื่อมโยงกับงานทางวิทยาศาสตร์สุขภาพได้
PLO2 อธิบาย ประยุกต์และบูรณาการหลักการความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และการเป็นผู้ประกอบการเพื่อการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการแพทย์ได้
PLO3 อธิบาย ประยุกต์และเชื่อมโยงศาสตร์ระบบสุขภาพ หลักการจัดการข้อมูลสุขภาพ หลักการจัดการข้อมูลในการบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ การพัฒนานวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนงานทางเทคนิคการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
PLO4 อธิบายและประยุกต์หลักการพื้นฐานทางเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ ระบาดวิทยาทางเทคนิคการแพทย์ในการประเมินสภาวะสุขภาพและสถานการณ์ที่มีผลต่อสุขภาพ
(2) ด้านทักษะ
PLO5 มีทักษะปฏิบัติตามสมรรถนะวิชาชีพ มาตรฐานความรู้ความสามารถทางวิชาชีพเทคนิคการแพทย์และการให้คำปรึกษาทางเทคนิคการแพทย์
PLO6 มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดอย่างเป็นระบบ เลือกใช้ข้อมูล สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีจริยธรรม ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อการสังเคราะห์ การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
PLO7 ประยุกต์ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและผลการวิจัยเพื่อพัฒนางาน นวัตกรรม แก้ปัญหาทางเทคนิคการแพทย์และสร้างเสริมสุขภาพของบุคคลและชุมชน
PLO8 สื่อสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
(3) ด้านจริยธรรม
PLO9 แสดงออกถึงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
(4) ด้านลักษณะบุคคล
PLO10 ปฏิบัติงานด้วยความละเอียด รอบคอบ ถูกต้อง แม่นยำ ช่างสังเกต ตั้งข้อสงสัย ระบุความผิดปกติ ติดตามค้นหาคำตอบ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนางานที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการแพทย์
PLO11 แสดงออกถึงความมีวินัยและความรับผิดชอบต่อหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย
PLO12 แสดงออกถึงอัตลักษณ์การมีมนุษยสัมพันธ์ ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้อื่น มีทักษะการปรับตัวกล้าแสดงความคิดเห็น ทำงานเป็นทีมร่วมกับสหวิชาชีพได้ มีภาวะผู้นำและมีจิตสาธารณะ
PLO13 แสดงออกถึงอัตลักษณ์ความใฝ่รู้ แสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดผลลัพธ์การเรียนรู้ของมาตรฐานคุณวุฒิในสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ระดับปริญญาตรี
1. เป็นผู้สาเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ (สำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี) จากหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการให้การรับรอง หรือนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่กรณีโทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นลหุโทษ
2. มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.50
3. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
3.1 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.2 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวรต่อการปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.3 เป็นโรคติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.4 มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.5 มีความผิดปกติในการมองเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง คือ
3.5.1 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว
3.5.2 ระดับการมองเห็นแย่กว่า 6/12 หรือ 20/40
3.6 มีความผิดปกติในการได้ยิน คือ
3.6.1 มีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 40 เดซิเบล ของหูทั้ง 2 ข้าง
3.6.2 ความสามารถในการแยกเเยะคำพูด (Speech Discrimination Score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (Sensorineural Hearing Loss)
3.7 โรคหรือความพิการอื่นๆซึ่งมิได้ระบุไว้ที่ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงานและ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม
1. นักเทคนิคการแพทย์ประจำห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ ในโรงพยาบาลสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน
2. ผู้ประกอบการคลินิกเทคนิคการแพทย์
3. ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
4. ผู้แทนจำหน่ายวัสดุ อุปกรณ์ สารเคมี เครื่องมือ น้ำยาตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์
5. นักวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาขาที่เกี่ยวข้อง
6. นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์
7. พนักงานพิจารณาค่าสินไหม (Claim Assessor) ในบริษัทประกันภัย
8. พนักงานพิจารณาประกันชีวิต (Medical Underwriter) ในบริษัทประกันภัย
9. อาจารย์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก
กิจกรรม
ช่องทางติดต่อ
LINE : MTWTU
Facebook : www.facebook.com/WTUMT
เลขานุการ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
คุณสราวุฒิ เจริญรัถ ติดต่อ 082 796 9919
วันทำการ: วันจันทร์ – วันเสาร์
เวลาทำการ 8.30-17.00 น
รับข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ล่าสุดจากคณะแพทยศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น